Font Size

Text Size

วงเสวนาห่วงรัฐเบี้ยวเงินเยียวยา จี้ออกกม.รองรับ-ทำให้ชัดขึ้น

Recommend Print

  • เขียนโดย สาธินีย์ วิสุทธาธรรม
  • วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 23:37 น.
SHARE STORE:
Digg
 

เสวนาเยียวยา 7.5 ล้าน ปคอป.ยันไม่ลำเอียง ชี้อย่าตีค่าชีวิตมนุษย์ถูกเกิน อดีตรองแม่ทัพภาค1 แย้งนำงบฯมาใช้อาจเกิดอารยขัดขืน ด้านอังคณา ย้ำเยียวยาด้วยเงินไม่นำไปสู่ปรองดอง

วันที่ 21 กุมภาพันธ์  คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค,คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล, คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟูพัฒนาตามวิถีวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้, คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการปฏิรูประบบงานความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และสภาทนายความ จัดเสวนา เรื่อง "เยียวยา 7.5 ล้านบาท : เป็นธรรม หรือ ลำเอียง" ณ ห้องรับรอง 1-2 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 โดยมี นายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ โฆษกคณะกรรมการ ปคอป. พลโทอิสระ วัชรประทีป อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 1 นางอังคณา นีละไพจิตร รองเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาฯ และนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมเสวนา

นายวีระวงค์ กล่าวถึงความจำเป็นในการเยียวยานั้น ดำเนินการตามหลักการพื้นที่ฐานที่ใช้ในต่างประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐมีความเอาใจใส่หรือเห็นใจประชาชน ในส่วนเรื่องจำนวนเงิน 7.5 ล้านบาทจะมีความเหมาะสมหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าอยู่ที่วิธีคิด ซึ่งแนวทางของ ปคอป.ยึดถือว่า ให้ครอบครัว ผู้อุปการะและผู้อยู่ในอุปการะของผู้เสียชีวิตได้รับการเยียวยาตามความจำเป็น ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีตัวเลขการเยียวยาที่ค่อนข้างต่ำ หาก ปคอป.ยังติดอยู่กับกรอบเดิมๆ หลักการที่ออกมาก็อาจจะไม่ได้ผล

"หลักการในการเยียวยาของ ปคอป.จึงระบุว่า ต้องมีการเยียวยาเต็มจำนวน ให้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งหากดูจากข้อเสนอของ คอป.ที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ คือ กรอบในการเยียวยาต้องกว้าง สอดคล้องกับความเป็นจริงและครอบคลุมความสูญเสียทุกด้าน"  นายวีระวงค์ กล่าว และว่า มาตรการดังกล่าวเยียวยาทุกคนที่เข้าข่ายนี้ รวมทั้งนักข่าวต่างชาติ 2 รายด้วย โดยไม่ได้จำกัดแค่เหตุการณ์ปี 2553 แต่ครอบคลุมย้อนกลับไปถึงปี 2548 ด้วย  โดยช่วงที่คณะกรรมการคำนวณหาตัวเลขการเยียวยาที่เหมาะสมตามหลักการก็ไม่ได้มีเรื่องสีเสื้ออยู่ในใจ ดังนั้นจึงเห็นว่า การเยียวยาครั้งนี้ ไม่น่าจะลำเอียง

"สังคมในอดีตตีค่าชีวิตมนุษย์ถูกเกินไป เราต้องเปลี่ยนให้เรื่องนี้เป็นพื้นฐานของสังคม ทั้งนี้ เหตุการณ์อื่นๆ ที่ต่างกรรมต่างวาระต้องขึ้นอยู่กับว่าเป็นการกระทำของรัฐที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ โดยส่วนตัวผมเห็นว่าหากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเดียวกันก็ไม่มีเหตุใดที่ห้ามไม่ให้ใช้หลักการเดียวกัน และแม้ว่า กรณีภาคใต้ที่ครูและนักเรียนถูกลอบวางระเบิด จะไม่เข้าข่ายเดียวกับหลักการเยียวทางการเมือง แต่อาจมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดอื่นๆ มาพิจารณาเพิ่มโดยใช้หลักการเดียวกันได้"

ขณะที่นายอดุลย์ กล่าวว่า ญาติวีรชนพฤษภา 35 เห็นด้วยกับการเยียวยาอย่างแน่นอน ตามที่เคยเรียกร้องไป 3 ข้อ ว่า 1.ขอให้มีการเยียวยาเป็นการเร่งด่วน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว 2.ให้มีการเยียวยาทางด้านจิตใจ ด้วยการขอโทษผู้เสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้พิจารณา 3.องค์กรที่ทำหน้าที่ต้องได้รับการยอมรับ แต่มาตรการของ ปคอป.ที่ออกมา กลับเป็นที่วิจารณ์และเกิดข้อข้องใจพอสมควร เพราะคนให้การยอมรับ คอป.มากกว่า ปคอป.ซึ่งเป็นฝ่ายเดียวกับรัฐบาลในปัจจุบัน

"การเยียวยาทั้งจิตใจและจำนวนเงิน เป็นการลงโทษเพื่อให้รัฐหลาบจำ แต่ที่ผ่านมาวงเงินในการเยียวยายังน้อยเกินไป รัฐจึงยังไม่หลาบจำว่า ไม่ควรให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และไม่ควรสั่งให้ทหารออกมาอีก เพราะทหารไม่ได้ถูกฝึกมาให้ควบคุมฝูงชน" นายอดุลย์ กล่าว และว่า ตนเห็นว่ามาตรการเยียวยาครั้งนี้ ควรต้องออกกฎหมายมารองรับ เพื่อไม่ให้เกิดการเบี้ยวผู้เสียหายโดยอ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับ

ด้านพลโทอิสระ กล่าวว่า  มาตรการเยียวยานี้มีกลุ่มประชาชนที่ได้รับประโยชน์เพียงเล็กน้อย โดยต้องทำให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความเสมอภาค ซึ่งในหลักการเยียวยาเราควรศึกษาอดีต เพื่อให้เกิดความเป็นกลางมากที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่ใช่พวกแล้วผลักภาระ

ในส่วนงบประมาณที่ใช้ในการเยียวยานั้น พลโทอิสระ กล่าวว่า การใช้งบประมาณที่เป็นเงินภาษีประชาชน อาจจะก่อให้เกิดอารยขัดขืน เกิดความแตกต่าง แตกแยกได้ 

ส่วนนางอังคณา กล่าวถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะนำมาตรฐานสากลมาใช้ ซึ่งตามหลักสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ มีหลักการชดเชยต่อผู้สูญเสียให้กลับสู่ดังเดิม โดยไม่ได้คำนึงถึงตัวเลข เพียงแต่ระบุว่า ให้สูงสุดและพึงพอใจ อย่างไรก็ดีตนเห็นว่าการเยียวยาด้วยตัวเงินไม่สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้ การเยียวยาต้องทำในส่วนของจิตใจด้ว

"การจ่ายเงินเยียวยาจำนวนมาก จะทำให้ผู้เสียภาษีเป็นฝ่ายไปกดดันรัฐ ไม่ให้กระทำการเช่นนี้อีก เกิดเป็นการตรวจสอบภาคประชาชน ในส่วนกรณีภาคใต้ ต้องยอมรับว่าผู้ถูกกระทำ ทั้งครู ทหาร ตำรวจ ฯลฯ ล้วนได้เกียรติยศสูงสุด ซึ่งเป็นศักดิ์ศรีที่ประเมินค่าไม่ได้เป็นจำนวนเงิน"

นางอังคณา กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้กระบวนการยุติธรรมบ้านเรามีปัญหามาก การดำเนินการด้านความยุติธรรมไม่เกิดขึ้นเลย ฉะนั้น กระบวนการยุติธรรมไทยควรมีการปฏิรูป มิฉะนั้นหลายคดีจะไม่ได้รับการพิสูจน์ คนจนนำเรื่องเข้าสู่ศาลอย่างยากลำบาก ดังนั้น การเยียวยาของรัฐจึงต้องมีความเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐกับประชาชน รวมถึงต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทำความจริงให้ปรากฏ เพื่อให้ผู้สูญเสียรู้ว่าจะต้องอภัยให้ใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในช่วงท้ายเปิดเวทีให้แสดงความคิดเห็น โดยที่ นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. กล่าวว่า การเยียวยาเป็นสิ่งที่ผู้เสียหายควรได้รับ แต่ไม่ได้มีแค่เรื่องจำนวนเงิน แต่ต้องมีการเยียวยาด้านกระบวนการยุติธรรมด้วย แต่การเยียวยาด้วยเงินอย่างที่รัฐทำนั้น เป็นเรื่องที่ทำง่ายและทำได้โดยไม่ต้องหาต้นเหตุ ทั้งนี้ ตนเห็นว่าเงิน 7.5 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หากสามารถอธิบายต่อสังคมได้ แต่รัฐบาลควรต้องมีกรอบใหญ่ไว้ว่าจะเยียวยาครอบคลุมถึงใคร หรือเหตุการณ์ใดบ้าง โดยทำข้อตกลงกับประชาชนว่าจะเริ่มจากเหตุการณ์ใดก่อน

ขณะที่นายอนุศักดิ์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า มติของรัฐบาลด้านการเยียวยามีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีการประชุม และมีตัวเลขใหม่ออกมาเสมอ รวมทั้งเป็นการนำเสนอตัวเลขก่อนจะนำเสนอหลักเกณฑ์และรายละเอียด ทำให้ประชาชนไม่ไว้เนื้อเชื่อใจรัฐ มาตรการการเยียวยาดังกล่าวจึงดูสะเปะสะปะ รวดเร็ว เอาใจบางกลุ่ม และคิดแบบคนมีอำนาจ ทั้งที่การเยียวยาควรจะต้องทำให้ความจริงปรากฏเสียก่อน ไม่อย่างนั้นการสร้างความปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้

"การเยียวยาในแต่ละเหตุการณ์อย่างไม่เท่าเทียมกัน จะทำให้ไฟใต้ที่กำลังมอดบางจุด กลับคุกรุ่นขึ้นมาอีก เพราะการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตามผู้เสียหายคงไม่ได้มองที่ตัวเลข แต่ที่สำคัญ คือ คลี่คลายได้ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นคืออะไร รวมทั้งมีการเยียวยาด้านอาชีพ ที่จะครอบคลุมและยั่งยืนว่าการให้เงิน"

สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชลแห่งประเทศไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
You are here